<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1614133572973789463</id><updated>2011-04-21T16:41:53.343-07:00</updated><title type='text'>Joe</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://joesathornchurch.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1614133572973789463/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://joesathornchurch.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Joe</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15286819582496176861</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp0.blogger.com/_OfCFnP9JAjk/R7QAgstco1I/AAAAAAAAAAo/poPBbyN_YUM/S220/DSC00875.JPG'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1614133572973789463.post-7245493636954422676</id><published>2008-02-18T01:09:00.000-08:00</published><updated>2008-02-18T01:27:19.697-08:00</updated><title type='text'>ยาโคบกับราคาที่ต้องจ่าย</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;-เราเคยคิดอยากรวยทางลัดโดยการทำผิดกฎหมายบ้างไหม ถ้ามีคนเสนอให้คุณ 10ล้านกับการขนยาบ้าสักครั้ง คุณกำลังลังเลหรือเปล่า&lt;br /&gt;-เราเคยน้อยใจไม๊เวลาไม่เห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น คนขี้โกงแต่กลับได้ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรารู้จักคนที่ประสบความสำเร็จแต่ชีวิตขาดคุณธรรมบ้างไหม เป็นความจริงว่าในสังคมทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอคนประเภทนี้ในสังคม ร่ำรวยเพราะคดโกง เอาเปรียบ เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;เราทุกคนรู้ว่ายาโคบเป็นคนที่พระเจ้าอวยพระพรชนชาติของเขา ใน BB ยาโคบเป็นตัวอย่างของคนที่ทำผิดกฎด้านจริยธรรม แต่ก็ยังประสบความสำเร็จเพราะการทรงเรียกที่มีอยู่ในชีวิตของเขา ในปฐมกาล 25และ 27 เราเห็นว่ายาโคบใช้เล่ห์เหลี่ยมแย่งสิทธิบุตรหัวปีมาจากพี่ชายตัวเอง เขายังเป็นนักต่อรองด้วยที่เบธเอลในปฐมกาล 28 เขาไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไรแต่สิ่งที่ยาโคบทำไป เขาก็ต้องจ่ายราคาแพงด้วยเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ffffff;"&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;&lt;strong&gt;บทเรียนของยาโคบ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;1. น้ำพระทัยพระเจ้าแต่ผิดเวลา&lt;br /&gt;ใน BB บอกเราว่า เอซาวสูญเสียการทรงเรียกและจุดหมายในชีวิตของเราเพราะความใจร้อน ปฐ 25:29-34&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#c0c0c0;"&gt;29 วันหนึ่งขณะที่ยาโคบต้มอาหารอยู่ เอซาวกลับมาจากท้องทุ่งหิวจัดอดอยาก&lt;br /&gt;30 เอซาวพูดกับยาโคบว่า ขอให้ข้ากินของแดงนั้น ของแดงนั้นน่ะ เพราะเราหิวจัด (เพราะฉะนั้นเขาจึงเรียกชื่อว่าเอโดม)&lt;br /&gt;31 ยาโคบว่า ขายสิทธิบุตรหัวปีของพี่ให้ฉันก่อนซี&lt;br /&gt;32 เอซาวว่า ดูซิ ข้ากำลังจะตายอยู่แล้ว สิทธิบุตรหัวปีจะเป็นประโยชน์อะไรแก่ข้า&lt;br /&gt;33 ยาโคบว่า สาบานให้ฉันก่อน เอซาวจึงสาบานให้ และขายสิทธิบุตรหัวปีของตนแก่ยาโคบ&lt;br /&gt;34 ยาโคบจึงให้ขนมปังและถั่วแดงต้มแก่เอซาว เขาก็กินและดื่ม แล้วลุกไป ดังนี้เอซาวก็ดูหมิ่นสิทธิบุตรหัวปีของตน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;เอซาวต้องเสียใจกับการกระทำตามอำเภอใจเช่นนี้ (ปฐ 27:34 ฮบ 12:16-17) เขาพยายามเเย่งเอาสิทธิบุตรหัวปี และพระพรกลับคืน แต่ก็สายเกินไป เขาได้ต่อรองและแลกมันกับความพึงพอใจชั่วแล่น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;บางครั้งเราก็อาจพลาดสิ่งดีๆเพราะความต้องการฝ่ายเนื้อหนังของเราเช่นกัน ไปกับความหิว ตัณหา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;นี่เป็นคำเตือนสำหรับเราที่มีพระสัญญา คำเผยพระวจนะและการทรงเรียกที่มีอยู่ในชีวิต ถ้าเราเริ่มใจร้อน ไม่อดทน กระหายหาการยอมรับ ตำแหน่งหน้าที่ ชื่อเสียง มันก็มีโอกาสที่เราจะทำอะไรบางอย่างลงไปอย่างสิ้นคิดเหมือนเอซาว เขาขายพระพรของเขาเพื่อแลกกับซุปถั่วแดงเพียงชามเดียว&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;ยาโคบได้รับการทรงเรียกให้เป็นผู้รับพระพรที่เอซาวละื้ทิ้ง จริงๆแล้วพระเจ้าก็จะให้เขาอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือ ในแผ่นดินของพระเจ้านั้น ผลลัพธ์ที่ไปถึงหรือได้มาไม่ได้เป็นตัวกำหนดว่าวิธีการนั้นถูกต้องเสมอไป เราอาจคิดว่าพระเจ้าสัญญาบางสิ่งกับเรา เราควรเดินไปเอามันมาเลย แต่พระเจ้าต้องการให้เรารอจนถึงเวลาที่ดีที่สุดของพระองค์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;ยาโคบเลือกที่จะช่วยให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จโดยวิธีอย่างโลกเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของพระเจ้่า ยาโคบรู้ถึงคำพยากรณ์ที่มาถึงแม่ของเขา อิสอัคก็รู้ เรเบคาห์ก็รู้ ถึงกระนั้น เรเบคาห์และยาโคบก็ช่วยเร่งให้แผนของพระเจ้าสำเร็จเร็วขึ้น ส่งผลให้เขาต้องพบกับความเดือดร้อน เราต้องตระหนักว่าเราไม่สามารถช่วยพระเจ้าด้วยการใช้เล่ห์แบบเนื้อหนังตามวิธีการของโลกได้&lt;br /&gt;ราคาที่ยาโคบต้องจ่าย เขาสูญเสียความไว้วางใจจากพี่ชาย เขาไม่สามารถอยู่ที่บ้านต่อได้ เพราะพี่ชายต้องการฆ่าเขา ยี่สิบปีที่ต้องจากบ้าน พร้อมความรู้สึกผิดในใจ เรเบคาห์เองก็ไม่มีโอกาสเจอหน้าลูกอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;2. ความทะเยอทะยานที่เข้ามาแทนนิมิตร&lt;br /&gt;ความล่าช้าบางอย่างแท้จริงแล้วมาจากพระเจ้า เพื่อสอนให้เราอดทน และรอรับในเวลาที่เหมาะสม เราอยู่ในยุคแห่งความพึงพอใจแบบทันทีทันใด บางคนตัดสินใจอกจากงานแบบปุบปับโดยไม่ได้คิดอย่างถ้วนถี่ก่อนว่าจะทำอะไรต่อไป แค่เพราะเราถูกหัวหน้าตำหนิ การเดินบนทางพระเจ้าต้องใช้ความอดทนและยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความทะเยอทะยานไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่มันก็ผิดได้ง่ายถ้าเราถูกมันครอบครองโดยไม่สนใจว่าจะได้มันมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;span style="color:#c0c0c0;"&gt;20 แต่อิสอัคพูดกับบุตรชายของตนว่า ลูกเอ๋ย เจ้าทำอย่างไรจึงพบมันเร็วนัก เขาตอบว่า เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพ่อทรงบันดาลให้ลูก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;ยาโคบฟังดูเหมือนคนเคร่งศาสนา เขาอ้างถึงพระเจ้าในคำโกหกที่พูดกับพ่อ มันเป็นอะไรที่เอาอย่างได้ยาก ทั้งที่เขาโกหกหลอกลวง แต่เขาก็ำได้พระพรไป (บางครั้งเราก็รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่คนไม่ดีบางคนกลับไม่ได้รับการลงโทษ มีพ่อค้าขายยาที่เป็นคนมีอิทธิพล ไม่มีใครกล้ายุ่ง ... เวลาเป็นของพระเจ้า การลงโทษเป็นของพระองค์ซึ่งไม่มีใครเลี่ยงได้) แต่อย่าลืมว่าเขาได้พระพรซึ่งอย่างไรเสียเขาก็ต้องได้อยู่แล้ว มันเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แล้วสำหรับเขา เขาใช้วิธีการตามเนื้อหนังในการพยายามไปถึงเป้าหมายของพระเจ้า พระพรล้ำค่าก็ตกลงมาเหนือเขา แต่มันไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าจะเพิกเฉยต่อความเจ้าเล่ห์ของยาโคบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. การต่อรองกับพระเจ้าที่ เบธเอล (ปฐ 28:16-21)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#c0c0c0;"&gt;16 ยาโคบตื่นขึ้นและพูดว่า พระเจ้าทรงสถิต ณ ที่นี้แน่ทีเดียว แต่ข้าหารู้ไม่&lt;br /&gt;17 เขากลัวและพูดว่า สถานที่นี้ศักดิ์สิทธิ์นัก สถานที่นี้มิใช่อื่นไกลเป็นที่ประทับของพระเจ้า และประตูฟ้าสวรรค์&lt;br /&gt;18 ยาโคบจึงลุกขึ้นแต่เช้ามืด เอาก้อนหินซึ่งใช้หนุนศีรษะ ตั้งขึ้นเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์ และเทน้ำมันบนยอดเสานั้น&lt;br /&gt;19 เขาเรียกสถานที่นั้นว่าเบธเอล แต่ก่อนเมืองนั้นชื่อลูส&lt;br /&gt;20 แล้วยาโคบปฏิญาณว่า ถ้าพระเจ้าทรงอยู่กับข้าพระองค์ ทรงพิทักษ์รักษาในทางที่ข้าพระองค์ไป ประทานอาหารให้ข้าพระองค์รับประทาน และเสื้อผ้าให้ข้าพระองค์สวม&lt;br /&gt;21 จนข้าพระองค์กลับมาบ้านบิดาของข้าพระองค์โดยสวัสดิภาพแล้ว พระเยโฮวาห์จะทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;color:#660000;"&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;เมื่อตื่นขึ้น ยาโคบรีบปฏิญาณแบบมีเงื่อนไข บางครั้งเราก็อาจเผลอตั้งเงื่อนไขกับพระเจ้าว่า “ถ้าฉันได้สิ่งนี้ ฉันจะรับใช้พระเจ้า” ยาโคบน่าจะพูดว่า “พระองค์จะเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์แม้ข้าพระองค์จะไปไม่ถึงบ้านบิดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เพียงต้องการรู้ว่าข้าพระองค์เป็นที่พอพระทัยพระองค์” แต่เขากลับเหิมเกริมจากการไม่ซื่อกับพี่ชายจนกลายเป็นคนที่ตั้งเงื่อนไขกับพระเจ้า ถ้าเราใช้ทางลัดที่ไม่ซื่อตรง เราอาจก้าวหน้า แต่ท้ายสุดเราต้องเก็บเกี่ยวผลอันน่าขมขื่นใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรารู้ว่าในท้ายที่สุดสิ่งที่เขาทำก็กลับมาสนองเขาด้วยเช่นกัน เขาถูกพ่อตาเขาหลอก สัปดาห์วิวาห์กลายเป็นสัปดาห์วิกฤติเมื่อพ่อตาส่งเจ้าสาวผิดคนให้เขา เขาต้องทำงานอีกเจ็ดปีเพื่อจ่ายค่าตัวเจ้าสาวราเชลที่เขารัก นอกจากนั้นเขายังยังถูกลาบันบิดพริ้วค่าจ้างอีก 10 ครั้งตลอด 6 ปีสุดท้ายที่ทำงาน เขากำลังเก็บเกี่ยวผลจากสิ่งที่เขาได้หว่านลงไป ยาโคบรู้สึกท้อแท้ใจจนต้องละจากบ้านพ่อตา ไม่ได้รับการต้อนรับทั้งบ้านลาบันและบ้านพ่อตัวเอง กลายเป็นคนโดดเดี่ยว หมดทางเลือก จำใจต้องกลับบ้านทั้งๆที่ก็ยังกลัวว่าพี่ชายอาจจะยังโกรธอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะพระเมตตาพระเจ้าจึงอนุญาตให้เกิดวิกฤตและความสิ้นหวังเช่นนี้เพื่อนำเราก้าวขึ้นสู่อีกระดับหนึ่ง ออกจากการเป็นคริสเตียนที่ตั้งเงื่อนไข&lt;br /&gt;ปฐมกาล 32:22-30 &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#3366ff;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#c0c0c0;"&gt;22 กลางคืนนั้นเอง ยาโคบก็ลุกขึ้นและพาภรรยาทั้งสอง สาวใช้ทั้งสองและลูกสิบเอ็ดคน ข้ามที่ท่า ลุยข้ามแม่น้ำยับบอก &lt;/span&gt;&lt;a href="http://bp1.blogger.com/_OfCFnP9JAjk/R7lNNstco3I/AAAAAAAAAA0/WGruI2DtOKY/s1600-h/untitled.bmp"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#c0c0c0;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5168246945119773554" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://bp1.blogger.com/_OfCFnP9JAjk/R7lNNstco3I/AAAAAAAAAA0/WGruI2DtOKY/s320/untitled.bmp" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#c0c0c0;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#c0c0c0;"&gt;23 ยาโคบส่งครอบครัวข้ามลำธารไป และส่งทรัพย์สมบัติทั้งหมดข้ามไปด้วย&lt;br /&gt;24 ยาโคบอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว มีบุรุษผู้หนึ่งมาปล้ำกับเขาจนเวลารุ่งสาง&lt;br /&gt;25 เมื่อบุรุษผู้นั้นเห็นว่าจะเอาชนะยาโคบไม่ได้ ก็ถูกต้องที่ข้อต่อตะโพกของยาโคบขณะที่ปล้ำสู้กัน ข้อต่อตะโพกของยาโคบก็เคล็ด&lt;br /&gt;26 บุรุษนั้นจึงว่า ปล่อยให้เราไปเถิดเพราะใกล้สว่างแล้ว แต่ยาโคบตอบว่า ข้าพเจ้าไม่ยอมให้ท่านไป นอกจากท่านจะอวยพรแก่ข้าพเจ้า&lt;br /&gt;27 บุรุษผู้นั้นจึงถามยาโคบว่า เจ้าชื่ออะไร ยาโคบตอบว่า ข้าพเจ้าชื่อยาโคบ&lt;br /&gt;28 บุรุษนั้นจึงว่า เขาจะไม่เรียกเจ้าว่ายาโคบต่อไป แต่จะเรียกว่า อิสราเอล เพราะเจ้าสู้กับพระเจ้าและมนุษย์ และได้ชัยชนะ&lt;br /&gt;29 ยาโคบจึงถามบุรุษผู้นั้นว่า ขอท่านบอกข้าพเจ้าว่าท่านชื่ออะไร แต่บุรุษนั้นกล่าวว่า เหตุไฉนเจ้าจึงถามชื่อเรา แล้วก็อวยพรยาโคบที่นั่น&lt;br /&gt;30 ยาโคบจึงเรียกสถานที่นั้นว่า เปนีเอล กล่าวว่า เพราะข้าพเจ้าได้เห็นพระพักตร์พระเจ้า แล้วยังมีชีวิตอยู่&lt;br /&gt;31 เมื่อยาโคบผ่านเปนูเอล ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว เขาเดินโขยกเขยกเพราะเจ็บตะโพก&lt;br /&gt;32 เหตุฉะนี้คนอิสราเอลจึงไม่กินเส้นเอ็นที่ตะโพก ซึ่งอยู่ที่ข้อต่อตะโพกนั้นจนทุกวันนี้ เพราะพระองค์ทรงถูกต้องข้อต่อตะโพก ของยาโคบตรงเส้นเอ็นที่ตะโพก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;ฑูตสวรรค์ปล้ำสู้กับยาโคบ ยาโคบเป็นคนที่ต่อสู้และได้รับสิ่งที่ต้องการมาโดยตลอดเสมอ นับแต่แรกเกิดเขาเป็นคนดึงเท้าของพี่ชายเมื่อออกจากท้อง และสู้เอาชนะศัตรูได้เรื่อยมา เมื่อบุรุษแปลกหน้าเห็นว่าคงเอาชนะยาโคบไม่ได้ จึงแตะที่ข้อต่อสะโพกจนเคล็ด ต้นขาเป็นเสาหลักแห่งกำลังมนุษย์ และมันต่อเนื่องกับสะโพก ถ้าปล่อยให้กระดูกต้นขาเคล็ด คนนั้นจะเสียความสามารถอย่างมาก บัดนี้ชายที่เขาต่อสู้ด้วยเอากำลังทั้งหมดของเขาไปด้วยสัมผัสเดียว โดยปราศจากการค้ำจุนใดๆ เขาพิงกายซบผ฿้ที่สู้เขาชนะ และในสภาพนั้นเองที่เขาได้เรียนรู้จากประสบการณืที่จะพึ่งพาผู้ที่เข้มแข็งและยิ่งใหญ่กว่าเขาอย่างสิ้นเชิง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;คริสเตียนทุกคนควรได้มีประสบการณ์เผชิญหน้ากับพระเจ้าแบบชนิดที่จะพลิกผันชีวิตของเราได้ หลังจากสู้อย่างจนแต้ม ยาโคบก็ไม่ใช่คนเดิมต่อไป ชื่อ “ยาโคบ” ของเขาที่แปลว่า “จอมหลอกลวง” ถูกเปลี่ยนใหม่เป็น “อิสราเอล” ซึ่งหมายความว่า “เจ้าชาย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;20 ปีก่อนหน้านี้ที่เขาได้พบพระเจ้าครั้งเเรกที่เบธเอล ซึ่งแปลว่าบ้านของพระเจ้า แตกต่างจากประสบการณ์ครั้งใหม่นี้ที่ เปนีเอล ปัญหาสำหรับคริสเตียนส่วนมากคือพอใจกับ เบธเอลจนไม่อยากก้าวต่อไป เเต่ตราบใดที่เราไม่ก้าวต่อไป ชีวิตของเราจะไม่ได้รับการรักษา เราต้องเคลื่อนที่จากเบธเอลไป เปนีเอล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้ว่า มีสงครามฝ่ายเนื้อหนังมากมายที่เราต้องเลี่ยง การต่อสู้เพียงอย่างเดียวที่สำคัญเเละจำเป็นคือการต่อสู้กับพระเจ้าด้วยวิธีการที่บริสุทธิ์ ด้วยความมุ่งมั่นที่ถูกต้องเหมือนยาโคบว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ยอมใ้ห้ท่าน (พระเจ้า) ไป นอกจากท่านจะอวยพรแก่ข้าพเจ้า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระเจ้ามองหาคริสเตียนที่บาดเจ็บฝ่ายเนื้อหนัง พระคำบอกเราว่า “ พระเจ้่าทรงต่อต้านผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ทรงประทานคุณเเก่คนที่ถ่อมใจ ..ยากอบ 4:6” พระเจ้ามองหาคนที่ไม่ได้ชื่อว่า ยาโคบ ต่อไป คนซึ่งไม่ได้เฉลียวฉลาด และมักฉวยประโยชน์ทันทีต่อไป คนของพระเจ้าต้องแตกสลายต่อหน้าพระเจ้่า พระองค์กำลังมองหาคนที่บอกว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์กำลังเจ็บปวด แต่ข้า่พระองค์ต้องการพระองค์เหลือเกิน ข้าพระองค์จะปล้ำสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับคำตอบ”&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1614133572973789463-7245493636954422676?l=joesathornchurch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://joesathornchurch.blogspot.com/feeds/7245493636954422676/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1614133572973789463&amp;postID=7245493636954422676' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1614133572973789463/posts/default/7245493636954422676'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1614133572973789463/posts/default/7245493636954422676'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://joesathornchurch.blogspot.com/2008/02/blog-post_18.html' title='ยาโคบกับราคาที่ต้องจ่าย'/><author><name>Joe</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15286819582496176861</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp0.blogger.com/_OfCFnP9JAjk/R7QAgstco1I/AAAAAAAAAAo/poPBbyN_YUM/S220/DSC00875.JPG'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://bp1.blogger.com/_OfCFnP9JAjk/R7lNNstco3I/AAAAAAAAAA0/WGruI2DtOKY/s72-c/untitled.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1614133572973789463.post-8741149817035567109</id><published>2008-02-13T23:28:00.000-08:00</published><updated>2008-02-13T23:43:51.084-08:00</updated><title type='text'>ความบาปที่ไม่ได้ถูกจัดการ.. สู่ชีวิตบริสุทธิ์ที่ต้องการ</title><content type='html'>&lt;span style="color:#cc6600;"&gt;อยากขอแบ่งปันเรื่องราวที่ใช้ในกลุ่มเซล LIFE (ทุกวันอังคาร ทุ่มครึ่ง ห้องสตรี) ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;เนื้อหาส่วนใหญ่อ้างอิงมาจาก หนังสือ 12 หลุมพรางบนเส้นทางชีวิต เขียนโดย เซอร์จิโอ  สกัตตากลินี)&lt;br /&gt;      วันนี้เราเริ่มต้นโดยการคุยคำว่าบริสุทธิ์ ผมรู้สึกว่าคำสั้นๆนี้เป็นสิ่งที่แต่ละคนอยากจะให้ชีวิตของตัวเองเป็นให้ได้ คือมีชีวิตที่บริสุทธิ์ให้มากที่สุด หลายคนก็รู้สึกว่าคำนี้เป็นคำที่ใหญ่ (ย๊ากกกกก ในการทำ) เกินความเป็นมนุษย์ของเราที่จะไปถึงจุดนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมเองไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะสามารถพยายามทำให้ได้ จะต้องแลกด้วยอะไรบ้างและต้องใช้เวลามากแค่ไหน แต่ก็รู้สึกว่า เราทุกคนถูกเรียกออกมาเพื่อจะดำเนินชีวิตให้บริสุทธิ์ เหมือนพระองค์ผู้เป็นความบริสุทธิ์ คิดๆดูแล้วพระเจ้าต้องมีความเชื่อในตัวของเราแต่ละคนมากพอดู  ถึงกล้าขอให้เราดำเนินชีวิตอย่างนั้นได้ แต่ผมว่าพระเจ้าเอาจริง พระองค์หมายความอย่างที่พระองค์พูด ผมไม่แคร์ว่าจะดีได้แค่ไหน อาจไม่ 100% แต่ผมไม่อยากพอใจกับคะแนน 30% ที่ผมให้กับตัวเองขณะนี้แน่ๆ (และถึงแม้สำหรับบางคนที่ให้คะแนนที่สูงกว่านี้ ผมก็เชื่อว่าคุณก็อยากดีให้เหมือนพระคริสต์ผู้วางแบบอย่างให้คุณมากกว่านี้) คงไม่มีใครซื้อน้ำดื่มที่เขียนว่า น้ำสะอาด 99% น้ำท่อ 1% แค่อยากจะบอกว่าให้เรามีจุดมุ่งหมายที่ถูกต้องโดยการมองที่พระเจ้าผู้เป็นแบบอย่าง มองข้ามความอ่อนแอของมนุษย์ซึ่งอันที่จริงเราเองก็ไม่อยู่ภายใต้อำนาจแห่งบาปนับแต่วันนั้นที่กางเขนแล้ว ยอมจำนนกับพระเจ้าและให้พระองค์เป็นผู้เปลี่ยนเรา ดังนั้นมันจะไม่ใช่ด้วยกำลังของมนุษย์แต่เป็นพระเจ้า อาเมน&lt;br /&gt;     เราคุยกันถึงชีวิตของชายคนหนึ่งที่พระเจ้าเจิม และผมเชื่อสุดหัวใจว่าเขาเองก็รักพระเจ้า..... เอลี ผู้ที่พระเจ้าให้ดูแลอิสราเอลถึง 40 ปี (ในเวลานั้นที่ยังไม่มีกษัตริย์) เอลีมีลูกสองคนคือ โฮฟนีและฟีเนหัส ทั้งสองเป็นคนอันธพาลและไม่ได้นับถือพระเจ้า  สองคนนี้ได้ทำบาปต่อพระเจ้า โดยการดูหมิ่นเครื่องสัตวบูชาที่คนนำถวาย (1 ซามูเอล 2:13-17) เขาได้เอาเนื้อที่คนนำมาถวายในส่วนที่เขาอยากได้ที่สุดให้กับตัวเองและสิ่งที่เหลือจึงค่อยถวายพระเจ้า (ดังนี้แหละ บาปของคนหนุ่มทั้งสองนั้นจึงใหญ่หลวงนักในสายพระเนตรพระเจ้า เพราะคนเหล่านั้นได้ดูหมิ่นของถวายพระเจ้า.. ข้อ 17) นอกจากนี้แล้ว เอลีก็ยังปล่อยให้คนทั้งสองอยู่ในงานรับใช้ แต่พวกเขาได้มีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่ปรนนิบัติที่ทางเข้าเต็นท์นัดพบด้วย&lt;br /&gt;     แม้เอลีจะเป็นคนดีก็ตาม และไม่ใช่เขาไม่เตือนลูก  แต่เขาไม่ได้จัดการอย่างเด็ดขาดกับความบาปของลูกเขา ผลลัพธ์ที่น่าเศร้าสูงสุดผมว่าไม่ใช่ที่ลูกชายทั้งสองของเขาตายในสงครามหรือแม้แต่เอลีเองเมื่อได้ยินข่าวว่าลูกตายก็หงายหลังคอหักตาย แต่เป็นที่เขาพลาดพระคุณที่พระเจ้าต้องการอวยพรให้กับเขา ชีวิตของเอลีไม่จำเป็นต้องจบลงเช่นนี้ถ้าในฐานะ พ่อ หรือ ผู้นำ เขาเด็ดขาดกับความบาปที่เกิดขึ้น&lt;br /&gt;ข้อสอนใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; 1. พระเจ้าถือว่าผู้นำต้องรับผิดชอบ  ผู้ที่พระเจ้าให้มาก พระเจ้าก็จะเรียกจากผู้นั้นมากเช่นกัน อย่าคิดว่าพระเจ้าคาดหวังกับเรามากเกินไป ชีวิตควรจะเป็นอย่างงั้น เราไม่สามารถอยากเป็นเด็กที่ชีวิตนี้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ทุกคนต้องโต ต้องเป็นผู้ใหญ่ วันนึงเมื่อได้เป็นผู้นำ แม้กระทั่งดูอลน้องเลี้ยงของเรา เราก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ดูแลในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณให้เดินในทางที่ถูก  หรือแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้นำก็ตาม ตราบใดที่ความบาปคือการเห็นอะไรที่ควรทำแล้วไม่ทำ ผมว่าการ    ที่เราเพิกเฉยกับสิ่งไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้นรอบๆตัวเองก็ไม่สมควรทำ เราอาจคิดว่ามัน        ไม่ใช่เรื่องของเราที่ต้องไปยุ่งด้วย ในมาตรฐานทั่วไปคิดอย่างนี้ก็คงไม่แปลกอะไร   แต่ลองจินตนาการดูว่า โบสถ์จะเป็นอย่างไรถ้าเต็มไปด้วยผู้เชื่อที่คิดอย่างนี้ Aaaahhhhhhhhh!!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2. พระเจ้าไม่ยอมรับตำแหน่งที่สอง อย่าเป็นเหมือนลูกชายทั้งสองของเอลีที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า (ผมไม่รู้ว่าสำหรับสองคนนั้นพระเจ้าเป้นที่เท่าไหร่ด้วยซ้ำ) และอย่าเป็นเหมือนเอลีที่ให้เกียรตบุตรทั้งสองมากกว่าพระเจ้า (1 ซม. 2:29) นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผมเองเช่นกัน หลายยยยยครั้งที่ให้อย่างอื่นเข้ามาสำคัญกว่าพระเจ้า แต่อีกครั้งนึงที่ต้องพูดว่า ขอพระเจ้าเมตตาและช่วยผมในการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ด้วยกำลังของผมเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. พระเจ้าไม่ผิดสัญญา แต่ราต้องอยู่ในกติกา พระสัญญาพระเจ้ามาพร้อมป้ายราคาเสมอนั่นคือการเชื่อฟัง แม้พระเจ้าสัญญากับเอลีว่าครอบครัวเขาจะรับใช้พระเจ้าตลอดไป แต่เพราะการไม่เชื่อฟัง พระเจ้าเปลี่ยนพระทัย พระสัญญากลับถูกด้วยคำสาปแช่ง (1 ซม. 2:30-33) พระเจ้าตรัสว่า “ เราพูดจริงๆว่าพงศ์พันธุ์ของเจ้าจะเข้าออกต่อหน้าเราเป็นนิตย์” แต่บัดนี้พระเจ้าประกาศว่า “ขอให้การนั้นจงห่างไกลจากเรา เพราะว่าผู้ที่ให้เกียรติแก่เรา เราจะให้เกียรติ และผู้ที่ดูหมิ่นเรา ผู้นั้นจะถูกดูหมิ่น”.... ข้อ 30 นี่เป็นกติกาที่หากเอลีรักษาไว้ เขาก็จะได้สัญญาจากพระเจ้าผู้ไม่ผิดคำสัญญา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. พระเจ้าหาคนแทนได้เสมอ พระเจ้าต้องการเอลี (เหมือนที่พระเจ้าต้องการเราทุกคน) แต่หากไม่มีเอลี พระเจ้าก็หาคนอื่นแทนได้เสมอ โอกาสอาจไม่ได้มีมาบ่อยๆ ถ้าเซาโลไม่ยอมกลับใจ ผู้ที่เสียคือเซาโล งานของพระเจ้าจะไม่หยุดเพราะพระเจ้าขาดเปาโลแน่ พระเจ้าแทนเอลีผู้ที่รับใช้มาถึง 40 ปี  ด้วยคนหนุ่มไร้ประสบการณ์แต่ซื่อสัตย์อย่างซามูเอลแทนเขา นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าต้องการเสมอ คือคนที่ซื่อสัตย์ เชื่อฟัง และรักพระเจ้า ขอให้เราทุกคนเป็นผู้ที่พระเจ้าพอใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-         ขอให้เราทุกคนกระหายหาชีวิตที่บริสุทธิ์&lt;br /&gt;-         อย่าให้เรานิ่งเฉยกับความบาปของเราเองและของผู้อื่น(ถ้าเราอยู่ในฐานะที่เหมาะสมในการจัดการ)&lt;br /&gt;-         พระเจ้าต้องเป็นที่หนึ่งในใจคุณ&lt;br /&gt;-         อยู่ในกติกาของพระเจ้าและพระพรจะไม่หนีไปไหน&lt;br /&gt;-         ฉวยโอกาสที่จะเป็นคนงานของพระเจ้า และซื่อสัตย์ต่อพระองค์   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอพระเจ้าอวยพรครับ&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1614133572973789463-8741149817035567109?l=joesathornchurch.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://joesathornchurch.blogspot.com/feeds/8741149817035567109/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=1614133572973789463&amp;postID=8741149817035567109' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1614133572973789463/posts/default/8741149817035567109'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1614133572973789463/posts/default/8741149817035567109'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://joesathornchurch.blogspot.com/2008/02/blog-post.html' title='ความบาปที่ไม่ได้ถูกจัดการ.. สู่ชีวิตบริสุทธิ์ที่ต้องการ'/><author><name>Joe</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15286819582496176861</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp0.blogger.com/_OfCFnP9JAjk/R7QAgstco1I/AAAAAAAAAAo/poPBbyN_YUM/S220/DSC00875.JPG'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
